Monday, June 2, 2008

Charminar

The land mark of Hyderabad City
วันนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน เรียกว่า ส่วนขอเท็จจริง และความรู้สึก ฮ่าฮ่า
ส่วนแรกจะเป็นข้อมูลตามเอกสารโดยทั่ว ๆ ไป และส่วนหลังเป็นส่วนบรรยากาศที่เห็น
Charminar ซามิน่า เป็นหอคอยหรือสิ่งก่อสร้างที่จัดเป็นสัญลักษณ์ของเมือง Hyderabad เป็นสิ่งก่อสร้างที่ประกอบด้วยโดม 4 อันในแบบศิลปะแบบ In-do Saracenicในแบบของศิลปมุลสลิม ถูกสร้างขึ้นในปี 1591 โดย Mohammed Quli Qutub Shab เพื่อระลึกถึงการหยุดระบาดของกาฬโรค หอคอย Charminar มีความสูง 53 เมตร กว้าง 39 เมตร มีฐานรูปโดมเป็นประตูสูง 4 ด้าน และมีระเบียงเชื่อมเดินระหว่างหอทั้ง 4 ในตอนปลายของโดมที่เชื่อมกันเป็นทางเดินมีระเบียง 2 ทาง
บรรยากาศของ Charminar คับคั่งด้วยผู้คน ซึ่งสวนใหญ่เป็นคนอินเดียเองร้อยละ 80 บริเวณนี้มีร้านขายมุกที่ขึ้นชื้อ และร้านเครื่องประดับเกี่ยวกับการแต่งงาน ทองรูปพรรณ และ ชุดบ่าวสาว นอกจากนี้เป็นของที่ระลึกต่าง ๆ ของประกอบหลายอย่างในศาสนาอิสลาม รวมถึงน้ำหอม ด้วย สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับทุกที่ทุกย่านของอินเดียคือของกิน ขนมหวานหลาย ๆ ชนิด และรถเข็นขายผลไม้ตามฤดูกาล ย่านนี้เห็นย่านที่ถ่ายรูปยากมาก เหมือนกับย่านอื่น ๆ ในอินเดียเพราะผู้คนคับคั่ง เหมาะสำหรับการเที่ยวยามเย็นเพราะอากาศเย็นสบาย บริเวณระเบียงของ charminar สามารถขึ้นไปชมบรรยากาศที่สูงได้ 100 Rs สำหรับชาวต่างชาติ ชาวอินเดียน่าจะ 5 รูปี เปิดให้ขึ้นตั้งแต่ 9 am-5.30 pm. แต่ยังไม่ได้ขึ้นไปในวันนี้ ส่วนใหญ่มีคนอินเดียขึ้นไปชมบรรณยากาศกันเนืองแน่น
บริเวณข้าง ๆ ตลาดที่เรียกว่า Lad Bazarr หรือ street of love อยู่งฝั่งขาวของ charminar เป็นย่านที่ซอบปิ้งเก่าแก่ อึกทึกด้วยร้านค้าและการซื้อขาย มีร้านขายกำไลจำนวนมากที่เรียกว่า bangle
ตลาดนี้เหลือบรรยากาศของความเป็น Street of love น้อยมากน่าจะเป็น Street of activities เสียมากว่า เพราะเต็มไปด้วยกิจกรรมของผู้คน มีร้านต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นร้านขายกำไล เครื่องประดับ และ ผ้าของมุสลิม ข้าวข้องในศาสนา นักท่องเที่ยวบางคนมีโอกาส ผ่านเลยถนนเส้นนี้ไปได้หากไม่ทำการบ้านมาดี ๆ เพราะข้างหน้าเต้มไปด้วยฝุ่นและดูเหมือนจะมีความอึกทึกผลุกพล่านจนขยาดที่จะเข้าไปเลี้ยงกับการซื้อของ เป็นจุดที่ถูกตามตื้อให้ซื้อของแร่ขายอย่างมากที่สุดจุดหนึ่ง และกำใสที่ชาวอินเดียนิยมสวมใส่กัน ก็มิใช่ว่าจะราคาถุก ชุดละ 150 ถึง 100 รูปีเป็น set5 อันที่แตกต่างกันตามขนาด ต้องใส่ประกอบกันเป็น set จึงจะดูสวย
ถัดมาเป็น mecca masjid เป็น มัสยิสขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของอินเดีย และอันดับ 7 ของโลก หินบ้างก้อนเชื้อว่าเป็นหินที่มาจาก แมกะ ในบางหนังสือบอกว่าส่วนที่เป็นอิฐบริเวณเหนือประตูเป็นอิฐที่ทำจากดินเมืองแมกกะ จึงมีชื่อว่า mecca masjid เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี1641 ในสมัย Mohammed Quli Qutub Shab' reign แต่ไม่แล้วเสร็จจนกระทั่งปี 1687 ซึ่งเป็นช่วงของราชวงค์โมกุล จักรพรรค์ออรังเซบ ทางด้านซ้ายของมัสยิสมีหลุ่มศพของ Nizam Ali Khan และบรรดาญาติพี่น้อง มีไกด์ให้ข้อมูลที่นี้ราคา 50 รูปี
(2 ภาพสุดท้าย ถ่ายที่ mecca )เป็นที่ที่น่าจะสงบที่สุดในย่านนี้เมื่อ เข้าไป เพราะมีการปล่อยให้คนเข้าออกเป็นช่วง ๆ และมีการทำพิธิทางศาสนาของอิสสามอยู่ การเข้าไปต้องถอดรองเท้าถือเดินเข้าไป อาคารที่เจออันแรกคล้าย ๆ ศาลาโรงธรรมจะมีศพของเจ้าเมืองและเครื่อญาติฝั่งอยู่ให้เคารพสักการะ อันนี้ไม่คิดตั่งส์แต่มีการบริจาคด้วย โชคดีที่มีไกด์ที่นั้นเป็นลุงบอกและอธิบายให้ฟังด้วยภาษาอังกฤษชนิดเข้าใจง่าย แต่พอถึงที่ต้องทำบุญ ฉันขาดแคลยเงินขนาดหนักไม่มีแบงค์ย่อยเหลืออยู่เลย คงมีเพียง เหรียญ 0.5 รูปปี 2 เหรียญเท่านั้น โอ้ ลุงแกอุตสาให้กลับกุหลาบนำโชคมาแก่ฉัน ไว้คราวหลังนะ ฉันจะไม่ทำให้ชื้อ Lady from Thai ต้องเลื่อมเสียกับการไม่มีเงินทำบุญอีก ฮ่าฮ่า ภาพครอบครัวที่ถ่ายมานี้นั่งกินไอติมอย่างมีความสุขรอเข้าชม และได้เข้ารอบเดียวกัน ฉันเหมือนเป็นสมาชิดของครอบครัวนี้ไปอัตโนมันตอนเดินชมมัสยิสนี้










2 comments:

ศึกษาต่อต่างประเทศ said...

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ

ศึกษาต่างประเทศ said...

ขอบคุณมาก ๆ นะครับ