Friday, May 20, 2011

โปตาถ่องตอน 4






ริมฝั่งแม่น้ำย่างกุ้ง
ถ่ายรูปเก็บตกกันแทบจะไม่หมดสำหรับวัดนี้ วันแรก จุดแรก
วัดโบตาถ่องอยู่ไม่ห่างจากแม่น้ำย่างกุ้ง ริ้มฝั่งมีเรือโดยสาร เรือขนส่งสินค้า และผู้คนทั้งมาทำงาน และนั่งเล่นกระจัดกระจาย โกดังข้างในมีตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ ริมทางเป็นที่ขายของ แผงอาหาร ที่เดินเชื่อมต่อมาจากวัด เห็นสองหนุ่มน้อยนั่งกินขนมจีนแบบพม่าอยู่ด้วยกันยามเที่ยง แอบเก็บภาพเด็กเส้นของพม่าทั้งสองคนนิดหน่อย และเราก็เริ่มต้องหาทางไปแลกเงินซะแล้ว หมู่คณะคงเริ่มหิวเหมือนกัน พี่จิ๊บตาดีเช่นเคยเห็น taxi จอดอยู่บริเวณนั้น เราไปถามไถ่ราคาและถามเรื่องรับเงินดอลล่าไหม คุณลุง taxi ตอบตกลงจะพาไปตึกซากุระที่ต้องการให้นะครับท่าน ในราคา 3 หรือ 2 ดอลล่า ไม่แน่ใจนัก

โปตาถ่องตอน 3








พระพุทธรูปนันอู เทพทันใจ เทพกระซิบ และรูปเคารพในวัด
พระพุทธรูปนันอู เป็นพระพุทธรูปที่เคยถูกเคลื่อนย้ายไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์อังกฤษ สมัยพม่าตกเป็นอาณานิคม และภายหลังกลับคืนมาพม่ารวมเวลา 66 ปี ที่ถูกเคลื่อนย้ายไปจากดินแดนพม่า
เทพทันใจ เป็นเทพที่มีประชาชนนิยมไปสักการะขอพร คนไทยเชื่อว่าจะได้ทันใจเหมือนชื่อ
เทพกระซิบ/ เทพี ไม่แน่ใจนัก ว่ากันว่าต้องไปขอพรข้างหู
และรูปเคารพสักการะอื่น ๆ ในวัดโปตาถ่อง
หลังจากเคารพสักการะแล้วมีอีกจุดที่ต้องเดินไปเยื่อมให้ได้ในบริเวณนี้ คือแม่น้ำย่างกุ้ง

Thursday, May 19, 2011

โปตาถ่องตอน2






ยังไม่ได้เข้าไปในโปตาถ่อง มัวแต่ดูอยู่รอบ ๆ นอกซะก่อน เจดีย์แห่งนี้สร้างบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า เพื่อให้คนทั่วไปได้มาสักการะ ในครั้งพุทธกาลพ่อค้าชาวเมืองได้เดินทางไปค้าขายในเขตชมพูทวีป ซึ่งเป็นระยะเวลาหลังจากที่พระพุทธเจ้าเพิ่งตรัสรู้และอยู่ในระหว่างเสวยวิมุติสุข พ่อค้าทั้งสองคนเกิดความเลื่อมใสเลยถวายข้าวมัธุปายาต (ยังไม่เช็คความเขียนผิด) และถวายตัวเป็นอุบาสก พระพุทธองคืได้ประทานเส้นพระเกสา แปดเส้นให้แก่พ่อค้าทั้งคู่ เมื่อเดินทางกลับมาเจ้าเมืองจึงจัดทหารไปรอต้อนรับและทำพิธี จึงมีการสร้างเจดีย์ครอบพระเกศาธาตุไว้ พระเกศาธาตุนั้นแบ่งให้พญานาคไปสองเส้นก่อนเดินทางมาถึง แต่พบว่าหลังจากนั้นเกิดเพิ่มจำนวนเป็นแปดเส้นดังเดิม
หลังจากผ่านประตูจะเห็นโถงทางเข้าซึ่งเป็นจุดที่งดงามมาก เกือบทุกวัดในพม่าจะออกเป็นและก่อสร้างให้เกิดความรู้สึกมีพลังดึงดูดให้เดินเข้าไป ในวัดโปตาถ่องก็เป็นโถงทางเข้าที่สวยงามเช่นกัน เดินตรงไปจะเห็นจุดที่ทำเป็นช่องให้มองเห็นและสักการะพระเกศาธาตุ
ในตัวเจดีย์ออกเป็นเป็นซอก เครื่องไม้ลงรักปิดทอง ช่างฝีมือกำลังลงรักและปิดทองบางจุดอยู่พอดี ส่วนที่เป็นหลีบก็จะมีพระภิกษุ และผู้ที่ศรัทธาในทางศาสนานั่งสมาธิและสวดมนต์หันหน้าเข้าหามุมสงบ

ถ้าเดินวนซ้าไปเรื่อย ๆ ก็จะออกมาเจอกับจุดเดิม ครวนี้จะต้องเลือกไปซ้ายหรือขวาดี
เดินซ้ายก่อน ก็จะมาเจอกับด้านนอกของเจดีย์ ชึ่งเป็นลานและส่วนชิดเจดีย์มีพระประจำวันเกิดให้พุทธศาสนิกชนได้สรงน้ำตามวันเกิด พระวันเกิดจะมีสัตว์ประจำวันอยู่ด้วยซึ่งชาวไทยไม่คุ้นนัก สำหรับคนเกิดวันเสาร์ มีพญานาค แต่คนเกิดวันพุธ จะแบ่งเป็นพุธกลางวันหนูหางสั้น พุธกลางคืนหนูหางยาว หรือช้างแบบมีงา กะช้างไม่มีงา ซึ่งจะเขียนอีกครั้งในเรื่องพระประจำวัน
ถัดไปทางด้านซ้ายจะมีบ่อเต่า และมีจุดจำหน่ายผักบุ้งเป็นอาหารเต่าในบ่อ แน่นอนว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าไปเลย สำหรับผักบุ้งเต่า สุดของสะพานที่สร้างยื่นออกไปเป็นที่ประดิษฐานของเทพเรียงราย ที่พม่าจะมีเทพทันไจ เป็นเทพประจำทุกวัด ซึ่งก็ทำบุญและขอพรกันได้
เหล่าอาคารก่อสร้างอื่น ๆ ในวัดส่วนใหญ่จะเป็นศาลาและมีพระพุทธรูปสร้างทุกศาลา พื้นที่วัดกว้างเหมาะแก่การพักผ่อน เดินเล่นและฝึกจิตใจได้ดี ชาวพม่านิยมเข้าวัดทำบุญ และจัดเตรียมอาหารมากินในวัด

โปตาถ่อง







หลังจากเข้าโรงแรมชำระล้างหน้าแล้วก็ได้แผนที่อันเดียว แต่ว่าเอามาหลาย copy หยิบจากโรงแรม นี่แหละ ตั้งมั่นและตั้งใจว่าจะเดินสำรวจดูรอบ ๆ ให้พอรู้ทิศทางว่าอะไรเป็นอะไร ฮ่าฮ่า แล้วก็สิคะ เพราะถนนพม่ากะในแผนที่ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเลย ไม่เป็นไร หลงแล้วก็ได้พบธรรม เนื่องจากที่พักไม่ห่างจากวัดโปตาถ่องมากนัก จึงใช้เวลาในจุดแรกเชิญชวนชมวัดนี้ก็แล้วกัน
โปตาแปลว่าทหาร ถ่องแปลว่าพัน โบตาถ่องแปลว่าทหาร 1 พัน
วัดนี้อยู่ใกล้กับแม่น้ำย่างกุ้ง นักท่องเที่ยวต้องจ่ายค่าเข้าชม และค่ากล้องถ่่ายรูป กล้องวีดีโอ ค่าเข้าชมจำไม่ได้ราคาค่ากล้อง แต่ราค่าเข้าชมคนละ 2 ดอลล่าห์ ซึ่งตอนนี้เราไม่มีเงินจ๊าดเลย ดีดี ชมเถอะอย่าคิดมาก
บริเวณนี้เราเที่ยวถามเขาไปทั่ว ว่าแลกเงินมีไหมคะ คำตอบที่ได้ ไม่มีจ้า
จุดนี้เป็นที่แรกที่เราต้องเรียนรู้เรื่องการฝากรองเท้้าก่อนเข้าชม คุณลุงเจ้าหน้าที่ใจดี อนุญาติให้รองเท้าต่างชาติวางไว้ในป้อมนี้ได้ ส่วนอีกฝั่งเป็นจุดรับฝากรองเท้าสำหรับคนในพื้นที่ ซึ่งสามารถพูดจาภาษาพม่ารู้เรื่องเท่านั้น
รอบ ๆ บริเวณวัดคึกคักไปด้วยการทำมาค้าขาย ตั้งแต่ของกิน ของเล่นสำหรับเด็ก และเครื่องทำบุญ เห็นจะสดุดตาเป็นพิเศษที่กล้วย และมะพร้าว มะพร้าวบางลูกปิดทองตกแต่งอร่ามมาก และพวงมาลัยธูปเทียนต่าง ๆ ที่ใช้ไหว้พระตามธรรมเนียมพุทธ พวงมาลัยที่ขาดมีทั้งดอกมะลิ ดอกพิกุล และโกลเด้นฟลาวเวอร์ ซึ่งมีกลิ่นหอมทั้งสิ้น ชุดดอกบัวทำบุญก้คล้าย ๆ กันมีธูปเทียนให้ราคาที่ 200-500 จ๊าด

ที่พักในพม่า2011



เนื่องจากไม่มีเวลาในการหาข้อมูลเท่าที่ควรต้องขอบคุณพี่ดลลี่ซึ่งเป็นฝ่ายประสานงาน
หลังจากเช้าที่มาถึงพวกเรามีรถของทางโรงแรมมารอรับ ซึ่งก็ดีไม่น้อยกับสภาพที่ป้ายข้อมูลต่าง ๆ ในการเดินทางเป็นภาษาพม่า แผนที่ในสนามบินซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถหยิบฉวยได้มีน้อยมาก
เดินไปไม่ไกลนักก็เห็นรถโรงแรมที่ว่า และเราก็มุ่งหน้าสู่ที่พักเพื่อเก็บสัมมภาระ เอาให้เจอที่นอนคืนนี้กันก่อน ใช้เวลาจากสนามบินถึงที่พักประมาณ 45 นาที ดูทุกสิ่งอย่างรอบ ๆ รถอย่างสบายตาเพราะไม่มีกระจกคอยกั้นบังตา ถนนหนทางในย่างกุ้งร่มรื่นมาก มีต้นสักขนาดกลาง ๆ ใบเขียวเรียงรายไปทั่ว
รถเท็กซี่ รถประจำทาง และรถจักรยานมีให้เห็นได้ตลอดเส้นทาง แต่เป็นที่หารถมอเตอร์ไซด์ได้ไม่มากนัก สิ่งที่สะดุดตาอีกอย่างสำหรับย่างกุ้งคือความสูงของตึกที่เรียกว่าสูงมองคอตั้ง สูงมากจริง ๆ ซึ่งก็มีทั้งตึกสไตล์เก่า และตึกแบบใหม่ แต่ความสูงของตึกใหม่และตึกเก่าก็จัดว่าสูง ส่วนบ้านเดี่ยวชั้นเดียว หรือสองชั้นพบเห็นได้น้อยมาก
โอเชี่ยน เพอร์ Ocean pearl Inn เป็นที่พักสำหรับคืนนี้ พี่ดลบอกว่าจองมาที่ราคา 10 ดอลล่าต่อคนพร้อมรถไปรับ ลำดับแรกแค่คืนเดียวก่อนด้วยความตั้งใจจะเดินหาที่พักอื่นอีกครั้ง ทำตามขั้นตอนกรอกรายละเอียดให้ทางโรงแรมและรับกุญแจไปได้อย่างไม่มากพิธี ห้องรอบนี้เป็นห้องชั้นสี่ เตียงคู่ สุขสบายดีห้องน้ำในตัวน้ำร้อนน้ำเย็น แถมน้ำอุ่น ที่ปรับอาบได้ และมีแอร์คอนดิชั้น ตู้เย็น ทีวี ที่นี่มีคำโฆษณาว่า สะอาด ปลอดภัย และใช้ไฟได้ทั้งคืน


พม่า 2011






เที่ยวพม่าครั้งแรกในปี 2011 หลังจากทำพลาสปอร์ตเรียบร้อยมาแล้ว
ก่อนไปเจอะเจองานหนักแบบลืมหูลืมตาแทบไม่ขึ้น คิดว่าตัดใจจะไม่ไปซะแล้ว กลั้นใจไปมากสำหรับรอบนี้เพราะหวาดกลัวกองงานมหึมาที่ทิ้งเอาไว้ข้างหลัง หลังจากที่ออกจากบ้านเดินทางมาถึงกรุงเทพ ตามประสาคนต่างจังหวัด ออกจากบ้านตอน 09.00 น. แต่กว่ารถทัวร์จะออกมาเจอผู้โดยสารได้เป็นเวลา 11.00 น. เนื่องจากวันนี้เป็นวันดี 13 พ.ค. วันแรกนาขวัญ คนแต่งงานเยอะเนาะ รถต้องหลบให้งานแต่งเขาก่อน หน้านี้เป็นหน้าฝนตลอดทางมีฝนพร่ำๆ และก็ถึงกรุงเทพจนได้ พักสักนิดก็ตื่นตั้งแต่ตีสามยามเช้าตรู่เพื่อไปสนามบินสุวรรณภูมิ กับสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งมีเที่ยวบิน 07.00 น.
คราวนี้เครื่องเล่นอันใหม่ หรือระบบเช็คอินแบบใหม่ที่เจอในรอบนี้เรียกว่า self check in ลองดูสักหน่อยไม่เสียหาย โดยการป้อนโค้ทจอง และจะมีการเช็คอินในเรียบร้อยก่อนเดินเอาของไปโหลดเคาทเตอร์ ผลการใช้ระบบนี้รอบนี้ที่นั่งเลยเป็น 10ที่แรก ฮ่าฮ่า นานๆ จะได้สักแบบเดินน้อยนี่ ชอบชอบ
เวลาเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิถึงย่างกุ้ง 1 ชั่งโมง และเวลาที่พม่าเร็วกว่าเรา ครึ่งชั่วโมง
สนามบินพม่าสร้างใหม่ สะอาด และก็เป็นระเบียบดีมาก ห้องน้ำห้องท่าเป็นระบบเชนเชอร์จับสัญญานและมีน้ำไหลอัตโนมัติ โอโห้ เอาสี เอาสิ สะดวกสบายจนคนไทยอย่างฉันแอบเฉิ่มและเชยได้อีก

Thursday, April 28, 2011

มิงกะลาดง




มิงกะลาดง
ขณะที่ยุทธนาวีภาค 3 ของภาพยนต์แห่งสยามประเทศ กำลังทำให้เลือดไทยของชาวโยเดียได้เข้มข้นขึ้น ทริปเหมียนม่าทริปนี้ พี่ดลลี่เป็นคนริเริ่ม จากตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่นของแอร์เอเชีย ในอัตราค่าตั๋วไปกลับ ประมาณ 3พันห้า และแล้วก็มัวแต่ยุ่งงานจนลืมจ่ายค่าตัวให้พี่ดลลี่ ได้เวลาเตรียมตัวจึงต้องจัดเตรียมการขอวีซ่า ก่อนจะไปซ่า เนื่องจากพม่ายังไม่ได้อยู่ในข่ายเดินทางโดยพลาสปอรต์ไทยแลนด์ได้สดวกโยธิน
สถานทูตพม่า อยู่ตรงข้ามกับโรงพยาบาลเซนต์หลุย เดินเลยโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนไปหน่อยเดียว จะเห็นป้าถนนปั้น แผนกหนังสือเดินทางเข้าประตูเล็ก ๆ ในซอยนี้ได้เลย ท่านใดเตรียมเอกสารมาไม่ครบ จำเป็นต้องถ่ายรูปหรือสำเนาเอกสารเพิ่ม ให้เดินลึกเข้าไปในซอยอีกนิด จะเป็นร้าน Photo copy เพื่อการนี้โดยเฉพาะ ที่นี้ท่านสามารถสำเนาหนังสือเดินทาง ถ่ายรูป ฉากหลังรูปให้เป็นสีขาว ตามความต้องการได้ทุกอย่าง และมี แบบฟอร์มการยื่นขอหนังสือเดินทางไว้บริการแผ่นละ ห้าบาท เจ้าของร้านก็บอกอย่างใจดีว่าที่นี้มีขายนะ แต่ข้างในฟรี ด้วยความที่เจ้าของร้านอัธยาศัยไมตรีดีพอประมาณ ทดลองอุดหนุนและกรอกให้เสร็จได้ที่นี่เลย พอสถานฑูตเปิดแผนกวีซ่าค่อยไปยื่นได้เลย
วันแรกที่ไป เริ่มดีใจที่เห็นอั้งม้อ นั่งรอกันเต็มแนวกำแพง อ่าฮ่า ท่าจะหนุกแล้วเรา จากที่โดนจู่โจมด้วยคำว่าปลอดภัยเหรอ ไปทำไม มาหลายวัน เข้าคิวตอนเช้า คนเยอะ กว่า สาย ๆ หน่อย สบายดี คิวไม่ยาว กรอกเอกสาร ไม่มีไรมาก
1. แบบฟอร์มการยื่นขอวีซ่า
2. รูปถ่าย 2 นิ้ว ฉากหลังสีขาว
3. passport ตัวจริง และสำเนา 1 แผ่น
4. กะตังส์ 810 บาท
5. การยื่นใช้เวลา 3 วันทำการค่อยมารับได้ ผู้ยื่นเป็นเจ้าตัวยื่นเอง ผู้รับสามารถรับแทนได้ และหากต้องการให้เสร็จในวันเดียวต้องแสดงเอกสารการจองตั๋วบิน และเพิ่มค่าธรรมเนียม ในอีกราคา
สนุกดีนะ เอาแบบปกติเถอะ ไปยื่นเอง ไปรับประสบการณ์แรก มิงกะลาดง